1.sales Person

แบรนด์มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับการทำ Influencer Marketing ที่สุด

          ผมเชื่อเลยครับ เหล่านักธุรกิจหลายคน ไม่เคยอยากปล่อยโอกาสที่มีให้หลุดมือ เวลาเห็นโอกาสการเป็นพ่อค้าแม่ค้าใน Tiktok Shop Seller ก็คว้าไว้ เห็นกระแส Influencer Marketing ก็คงคิดไป
ล่วงหน้าแล้วว่า เป็น Influencer เองมันซะเลยได้ไหม

          จะได้ขายของตัวเองได้ด้วย ขายของคนอื่นได้ด้วย แต่มีหลายเหตุผลเลยครับว่าทำไมคนขายสินค้าเป็น Influencer ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของแบรนด์แต่ละประเภท แบรนด์เกี่ยวอะไรกับการเป็น Influencer ไม่ได้ แล้วแบรนด์มีอะไรบ้าง ผมจะเล่าให้ทุกคนฟังในบทความนี้

สารบัญ

1

แบรนด์มีอะไรบ้าง

          ผมจะอธิบายเหตุผลว่าทำไมคนขายสินค้าเป็น Influencer (ผู้ที่มีอิทธิพลต่อคนอื่น) เองไม่ได้ ผ่านประเภทของแบรนด์นะครับ มันจะช่วยในการทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

How Many Types Of Brands Are There

          แบรนด์มี 3 ประเภท

          1. Corporate Brand (การใช้องค์กรในการสร้างแบรนด์)

          2. Product Brand (การใช้สินค้าขององค์กรมาสร้างแบรนด์)

          3. Personal Brand (การใช้บุคคลในการสร้างแบรนด์)

          แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันยังไงบ้างไปดูกันครับ

2

Corporate Brand การใช้องค์กรในการสร้างแบรนด์

Corporate Brand

        Coporate Brand  “คอร์-เพอ-เรท-แบรนดฺ” คือ การใช้องค์กรในการสร้างแบรนด์ ใช้เอกลักษณ์ของบริษัทที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ ค่านิยม และความเชื่อ เพื่อจะให้ลูกค้าไว้วางใจในแบรนด์และการบริการของแบรนด์เป็นหลัก

          Corporate Brand ไม่ได้เน้นที่จะขายสินค้าอย่างเดียว

Community 9k

          แต่สนใจความสัมพันธ์ของลูกค้ากับองค์กรในระยะยาวด้วย เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจ การทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ผมจะยกตัวอย่างสัก 2 บริษัทแล้วกันนะครับ 

Example One 1

          ตัวอย่างที่ 1 บริษัท มิสเตอร์เค กิมจิ ผมทำในรูปแบบของ Corporate Brand จะเห็นได้ว่าในช่อง Tiktok ของผมเนี่ยแทบจะไม่เห็นหน้าผมเลย ลูกค้าไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่าเจ้าของเป็นใคร โดยเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ซื้อเพราะมั่นใจในร้านค้าครับ

Example Two 1

          ตัวอย่างที่ 2 บริษัท Advise บริษัทจําหน่ายสินค้าไอที ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี จนลูกค้ามั่นใจในแบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเจ้าของเป็นใครก็สามารถใช้บริการได้

          เรามาดูสโลแกนของ Advice กันครับ “นึกถึงไอที…นึกถึงแอดไวซ์” ทางองค์กรก็ได้ทำสโลแกนสอดคล้องกับ Corporate Brand มากๆ ทั้งแสดงถึงความเชี่ยวชาญและเน้นที่ชื่อขององค์กรเป็นหลัก

3

Product Brand การใช้สินค้าขององค์กรมาสร้างแบรนด์

Product Brand

          Product Brand “โพร-ดัค-แบรนดฺ” คือ การใช้สินค้าขององค์กรมาสร้างแบรนด์ จะเป็นสินค้าของบริษัท ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ซึ่งสินค้าพวกนี้มีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนมากๆ เพราะบางสินค้าสามารถกำหนดขายได้ช่วงเทศกาล, ช่วงรายเดือน, ช่วงรายปีเป็นต้น

          สินค้าพวกนี้จะมีการโปรโมตเฉพาะเป็นของตัวเอง ซึ่งยอดขายถ้าหากขายดีก็จะมีการเพิ่มการผลิต แต่หากขายไม่ดีก็จะปิดตัวลงไป เพราะสินค้าเหล่านี้ลูกค้าซื้อที่ตัวสินค้าเป็นหลัก

          ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online
Tomato Biscuits

          ตัวอย่างที่ 1 ขนมอบกรอบรสมะเขือ ตรา FF ที่มี 2 รส คือ รสมะเขือและรสพริกหยวก ที่สามารถทำยอดขายได้เกือบ 1,000 ล้านต่อปี ด้วยสินค้าแค่ตัวเดียว

          สินค้าพวกนี้เป็นสินค้าแบบ Product Brand โดยคนไม่รู้เลยว่าสินค้าตัวนี้เป็นสินค้าของบริษัทอะไร องค์กรอะไร คนซื้อเพราะตัวขนมนี้ล้วนๆเลยละครับ

Potato Chips

          ตัวอย่างที่ 2 เลย์ Cooling มันฝรั่งทอดที่กินแล้วเย็น รสไอซ์ซี่เลม่อน และรสเมล่อนบิงซู เราจะเห็นได้ว่านี่ไม่ใช่สินค้าหลักของเลย์ แต่เป็นสินค้าที่มาเป็นช่วงๆ โดยทำมาเฉพาะกลุ่มคนที่อาจจะซื้อไปเพราะ อยากลองรสชาติแปลกใหม่ แพ็กเกจจิ้ง สีสัน กลิ่น เป็นต้น

          ถ้าหากเกิดการตอบรับดีก็อาจจะกลายมาเป็นสินค้าหลักก็ได้ แต่ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างหวังก็อาจจะยกเลิกการผลิตสินค้าตัวนี้ไปนั่นเองครับ

4

Personal Brand การใช้บุคคลในการสร้างแบรนด์

Personal Brand

        Persoal Brand “เพอ-ซะ-เนิล-แบรนดฺ” คือ การสร้างตัวตน หรือการสร้างแบรนด์ผ่านตัวบุคคล โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของบุคคลให้เป็นที่รู้จัก ทำให้ลูกค้าเชื่อใจที่ตัวบุคคลมากกว่าแบรนด์ ไม่ว่าจะผ่านการโฆษณา การทำคอนเทนต์ เป็นต้น

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online


          Personal Brand
 นี้สามารถสร้างจากลักษณะรูปร่าง ลักษณะนิสัย แนวทางความคิด แบบที่พูดปุ๊ปแล้วรู้เลยว่าคนนี้แน่ๆ มาดูตัวอย่างกันครับ

Ichitan Green Teen


          ตัวอย่างที่ 1
 โออิชิ ในสมัยของคุณตัน ที่สร้างตัวตนผ่านลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการแต่งตัว ถ้านึกภาพคุณตัน ผมนึกถึงหมวกกัปตัน ที่ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนแกก็จะมีติดตัวไว้เสมอ

          ลักษณะการนำเสนอที่รวดเร็ว ตอนที่มีการแจกรางวัล คุณตันเอาเงิน 30 ล้านมากองให้เห็นเลยครับ และอัพเดตข่าวสารไวมากว่าตอนนี้เดินทางไปแจกเงินที่ไหนบ้าง

Pimry Pie Sells Everything

          ตัวอย่างที่ 2 ที่เห็นชัดมากๆในยุคนี้ก็คือ
คุณพิมรี่พาย ที่มีลักษณะเป็นสาวแซ่บที่พร้อมปะทะกับลูกค้าที่ชอบแกล้งเธอบนไลฟ์ และด้วยลักษณะการพูดที่ฉลาดของพิมรี่พายทำให้เกิดเป็นไวรัลหลายๆคลิป

          จนตอนนี้ถ้าใครพูดถึงพิมรี่พายก็จะนึกสโลแกนออกทันทีเลยว่า “พิมรี่พาย ขายทุกอย่าง”

5

ข้อดี ข้อเสีย ของแบรนด์แต่ละประเภท

Fast Growing

          Personal Brand (การใช้บุคคลในการสร้างแบรนด์) มีการเติบโตทางธุรกิจมากกว่าประเภทแบรนด์อื่นๆถึง 10 เท่า การลงทุนก็น้อยมากๆ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การโปรโมตของคนๆเดียว

          นอกจากนี้ยังเป็นประเภทที่คนยังสามารถจดจำได้ดีกว่าประเภทอื่นๆด้วยครับ

          ในการขายกรรมสิทธิ์ของแบรนด์จะมีมูลค่าน้อยกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องจากผู้คนติดภาพลักษณ์ของบุคคลนั้นๆไปเเล้ว และต้องใช้ต้นทุนสูงในการลบภาพลักษณ์ของคนเก่าออก

          เพราะปกติแล้ว Personal Brand จะขายกรรมสิทธิ์ของแบรนด์อยู่ที่ 1-2 เท่าของยอดขายเท่านั้นเองครับ

Selling Ownership At A High Price

          Corporate Brand (การใช้องค์กรในการสร้างแบรนด์) และ Product Brand ( การใช้สินค้าขององค์กรมาสร้างแบรนด์ ) ธุรกิจจะเติบโตช้ากว่า แต่ราคาในการขายกรรมสิทธิ์ของแบรนด์จะสูงกว่า ประเภท Personal Brand 10 เท่าครับ

          ซึ่งถ้าในตอนนั้นคุณตันเปลี่ยนโออิชิจาก Personal Brand เป็น Corporate Brand จากที่คุณเจริญต้องซื้อโออิชิในราคา 3,000 ล้านบาท อาจจะต้องเป็น 30,000 ล้านบาทกันเลยทีเดียวนะครับ

Community 9k
6

ในแง่การทำ Influencer Marketing อันไหนดีกว่ากัน

          สำหรับผมมองว่า Corporate Brand และ Product Brand ดีที่สุดเพราะว่าสามารถขายสินค้าได้เรื่อยๆ สามารถเพิ่มหรือลดสินค้าได้ง่าย และคนอื่นสามารถรับช่วงไปทำต่อได้เลย

Ex Mr.k Kimchi

          ยกตัวอย่าง ถ้าพรุ่งนี้ผมโดนรถชนตาย ถามว่า Mr.K Kimchi ของผมยังขายดีอยู่ไหม ?

          ผมเชื่อว่ายังไงวันพรุ่งนี้ยอดขายมันก็มาเหมือนเดิม ขายได้เหมือนเดิม บริษัทก็ยังไปต่อได้ อาจจะติดขัดช่วงแรกบ้างเพราะผมตายไป แต่ระยะยาวยังไงก็สามารถหาคนมาบริหารแทนผมได้อยู่แล้วครับ

          แต่ถ้าเป็น Personal Brand หาคนทำต่อยากครับ

Ex Pimrypai

          ยกตัวอย่าง ถ้าหากคุณพิมรี่พาย เจ็บป่วย หรือไลฟ์สดไม่ไหว ผมว่าวันถัดไปพนักงานของคุณพิมรี่พายอาจจะไม่มีสินค้าให้แพ็กเลยครับ เพราะแทบไม่มียอดขายเลยถ้าหากคุณพิมรี่พายไม่ได้ไลฟ์สด ต่อให้คุณพิมรี่พายเลือกปั้นคนมาเพื่อช่วยไลฟ์ขายสินค้า

          แต่ผมก็เชื่อว่ายังไงยอดขายก็จะอยู่ที่ 10-20% ถ้าเทียบกับการที่คุณพิมรี่พายเป็นคนไลฟ์ขายเองครับ เพราะต่อให้ Influencer เอาพริกทอดของคุณพิมรี่พายไปขาย แต่ถ้าให้เลือกลูกค้าก็คงเลือกจะซื้อพริกทอดกับพิมรี่พายใช่ไหมล่ะครับ

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

          เพราะคนส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้ากับเจ้าของโดยตรงมากกว่าตัวแทนขายซะอีก เพราะลูกค้าเชื่อในตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของมากกว่าไงล่ะครับ นี่แหละครับเป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงเป็นอินฟลูเอนเซอร์เองไม่ได้

7

สรุป

          อย่าง Corporate Brand ข้อดีคือเมื่อทำให้ลูกค้าไว้วางใจในแบรนด์เราได้ ไม่ว่าคุณจะออกสินค้าอะไร ก็เป็นไปได้สูงว่าลูกค้าจะเลือกซื้อแน่นอน

          ส่วน Product Brand ถ้าหากสินค้านั้นถูกใจ และตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ลูกค้าก็จะซื้อโดยไม่สนอยู่แล้วว่าแบรนด์อะไร อย่างขนมมะเขือเทศ แบรนด์แฟชั่นฟู้ดนั่นแหละครับ

          ส่วนการทำ Personal Brand การทำแบรนด์แบบนี้อาจจะเหมาะกับคนที่มีต้นทุนไม่มากนัก เหมือนการรีวิวสินค้าที่พอมีคนมาบอกว่าตัวนี้ดี คนก็เชื่อในตัวบุคคลมากกว่าครับ

          จากที่ผมอธิบายมาทั้งหมดนี้ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจแล้วนะครับว่าแบรนด์มีกี่แบบ และเกี่ยวยังไงกับเหตุผลว่าทำไมคนขายสินค้าเป็น Influencer ไม่ได้ สำหรับบทความนี้ขอลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ

9k

รัชพล สันติเศรษฐสิน (นายเค)

         ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท มิสเตอร์เค กิมจิ จำกัด, 9K.co.th, Shop.9k.co.th, MrKKimchi.com