พ่อรวยสอนลูก

พ่อรวยสอนลูก วิธีรวยที่คนอื่นมองข้ามแต่พ่อคนนี้เลือกสอน

          บทความนี้เป็นการสรุปเนื้อหาในหนังสือชื่อ พ่อรวยสอนลูก หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า “Rich Dad Poor Dad” บทความนี้เป็นการสรุปเนื้อหาอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการสรุปโดยมุมมองผู้เขียนเท่านั้น

สารบัญ

คำศัพท์ที่ควรรู้

          สินทรัพย์ คือ กิจการที่มีอยู่ในการควบคุม ที่สามารถสร้างรายให้เราได้ในอนาคต

          ทรัพย์สิน คือ วัตถุที่มีรูปร่างหรือไม่มีก็ได้ จะเป็นสิ่งที่มีราคาหรือไม่มีก็ได้ นับว่าเป็นทรัพย์สินเช่นเดียวกัน

          ความมั่งคั่ง คือ ปริมาณและมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่งสามารถวัดได้จากมูลค่าโดยรวมของทรัพย์สินเหล่านั้น อาจอยู่ในรูปของทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร หุ้น พันธบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา บ้าน ที่ดิน เครื่องจักร ก็ได้

Community 9k

          อสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดิน ซึ่งประกอบแล้วนับว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมถึงกรรมสิทธิ์ต่างๆ บนที่ดินนั้นด้วย เช่น บ้าน, คอนโดมิเนียม, แม่น้ำ, ลำคลอง เป็นต้น

          อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน คือ ที่ดิน,อาคาร หรือส่วนของอาคาร ที่ครอบครอง เพื่อหาประโยชน์จากค่าเช่า หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าของสินทรัพย์ แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ในการผลิต,จัดหาสินค้า,ให้บริการ หรือขายตามลักษณะการประกอบธุรกิจตามปกติ

          อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ คือ อสังหาริมทรัพย์สำหรับธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร เช่น อาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, สถานีบริการ และร้านอาหาร

Concept One
1

แนวคิดที่ 1 การเงินเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้

          คนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการเงินน้อยมากๆ จนทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องหาได้ยากในหมู่คนทั่วไป และแน่นอนว่านักเรียนที่จบการศึกษามาส่วนใหญ่ ก็แทบไม่มีทักษะอะไรเกี่ยวกับการเงินเลย

          ซึ่งทักษะทางการเงินจะช่วยพัฒนาให้พวกเขารักษาเงินที่หามาจากการประกอบอาชีพได้ หลายคนมักจะรู้เพียงแค่วิธีการหาเงิน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าควรใช้เงินอย่างไร

          การที่คุณหาเงินอย่างเดียว สมองของคุณก็จะยิ่งเพิ่มความเร็วในการหาช่องทางทำเงิน แต่ความรู้ทางการเงินนั้นจะช่วยให้คุณควบคุมเงินที่หามาได้

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online
Concept Two
2

แนวคิดที่ 2 ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน

          โรเบิร์ตเริ่มต้นบรรยายหนังสือนี้ด้วยความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวย รวมถึงคนชนชั้นกลางที่ทำงานเพื่อเงิน และคนรวยที่ใช้เงินทำงาน

          คนจนมักมองหาวิธีการทำเงินแบบเดิมๆ ส่วนใหญ่พวกเขามักจะเรียนหนัก ได้เกรดดี และทำงานในที่ๆ มีสวัสดิการที่พร้อม และเลือกงานที่มีความมั่นคงเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยเสมอ และการที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกทางนี้ ก็เพราะพวกเขากลัวการไม่มีเงิน

Community 9k

          เงินที่เขาหามา มักถูกใช้จ่ายตามสิ่งที่พวกเขาอยากได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านี้จะได้รับโบนัสหรือเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น เขาก็มักมองว่าความสุขนั้นมาจากเงิน ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะทำงานต่อไปเพื่อขจัดความกลัวและตอบสนองความต้องการของตัวเขาเอง

          โรเบิร์ตแนะนำให้เราลองออกจากกระแสน้ำเหล่านี้ แล้วเริ่มมองหาโอกาสให้มากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ติดอยู่ในกระแสน้ำจนพลาดโอกาส ถ้าคุณออกจากกระแสน้ำนั้นได้ คุณจะสามารถใช้โอกาสนี้ทำเงินได้มากกว่าคนอื่น นอกจากนี้โรเบิร์ตยังอธิบายอีกว่า การที่เราใช้เวลาไปกับการสร้างสินทรัพย์ที่จะสามารถสร้างรายได้ในอนาคตนั้น คุ้มค่าและปลอดภัยกว่ามาก

Concept Three
3

แนวคิดที่ 3 เปลี่ยนตัวเอง

          ในบทนี้โรเบิร์ตเน้นย้ำให้เข้าใจถึงสิ่งสำคัญ คือคุณต้องเรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้น ง่ายกว่าเปลี่ยนคนรอบข้าง ดังนั้นแทนที่คุณจะเลือกโทษคนอื่น คุณจะต้องยอมรับตัวเองว่าคุณนั่นแหละคือตัวปัญหา เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณตระหนักได้แล้วว่าตัวเองคือปัญหา คุณจะสามารถเรียนรู้และเปลี่ยนตัวเองให้ฉลาดขึ้นได้

          การเรียนรู้นั้นต้องอาศัยพลังงานที่ผสมระหว่างความหลงไหล และความปรารถนา แต่ยังไงก็ตาม คุณจะต้องควบคุมความโกรธในเชิงบวกเอาไว้ด้วย ในส่วนนี้โรเบิร์ตได้อธิบายว่าความโกรธมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากความหลงไหลเป็นเพียงส่วนผสมระหว่างความรักและความโกรธเท่านั้น และคุณควรจะต้องถูกชี้นำด้วยความหลงไหลให้มากกว่าความกลัว

Concept Four
4

แนวคิดที่ 4 ใช้วิชาบัญชีเพื่อเก็บเงิน

          คนส่วนมากมักคิดว่าการหาเงินให้ได้เยอะๆ เป็นวิธีที่เห็นผลที่สุดแล้วถ้าอยากรวย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ รู้วิธีการรักษาเงินที่หามา ความมั่งคั่งไม่ใช่จำนวนเงินที่ถูกหักลบค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว แต่ความมั่งคั่งคือจำนวนวันที่คุณจะสามารถอยู่รอดได้ ถ้าหากคุณหยุดทำงานในวันนี้

          วิชาบัญชีไม่ใช่วิชาที่ทำให้คุณตื่นตัวจนรู้สึกอยากจะเรียน แต่เชื่อเถอะว่าวิชานี้เป็นวิชาที่สำคัญที่สุดเลย ถ้าหากว่าคุณอยากรวย

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

          บทเรียนแรกเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ คุณต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินซะก่อน สินทรัพย์คือสิ่งที่จะนำเงินเข้ากระเป๋าของคุณ คนรวยมักจะได้รับสินทรัพย์ ในขณะที่คนจนคือคนที่ได้รับหนี้สิน

          คุณคงเคยได้ยินคนพูดกันว่า บ้านคือสินทรัพย์ และการซื้อบ้านก็เหมือนการซื้อสินทรัพย์ให้ตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว การซื้อบ้านมีหนี้สินเกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าจดจำนอง, ประกันภัยบ้าน, ภาษีทรัพย์สิน และหนี้สินอีกจำนวนมากที่ติดอยู่กับบ้าน ฉะนั้นคุณควรเข้าใจว่าบ้านคือหนี้สิน

Concept Five
5

แนวคิดที่ 5 ทำไมภาษีถึงมีประโยชน์กับคนรวย

          ทุกวันนี้ คนรวยพยายามเล่นเกมอย่างฉลาด ด้วยการเลี่ยงภาษีแบบถูกกฎหมาย ในขณะที่คนชนชั้นกลางจ่ายภาษี จนภาษีนั้นกลายเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของรัฐบาล เพราะว่าในอดีต การจัดเก็บภาษีนั้นถูกโหวตโดยคนจนและคนชนชั้นกลางให้มีการจัดเก็บภาษีเฉพาะคนรวยเท่านั้น

          แทนที่คนรวยจะรู้สึกว่าการเก็บภาษีเป็นการลงโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าคนจนและคนชนชั้นกลางรู้สึกโดนลงโทษซะเอง เพราะเมื่อรัฐบาลได้ลิ้มรสชาติของเงินแล้ว ความต้องการนั้นก็จะไม่มีวันสิ้นสุด และสุดท้ายการเก็บภาษีนั้นก็ถูกเรียกเก็บจากคนชนชั้นกลาง และคนจนในเวลาต่อมานั่นเองค่ะ

Community 9k

          เครื่องมือทางภาษีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คนรวยต่างชาติมักใช้ในอเมริกาก็คือ กฎหมายภาษีอากร มาตรา 1031 คือ การแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ที่คล้ายกันในเวลาที่กำหนด โดยทางกฎหมายภาษีอากร 1031 เสนอช่วยนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถเลื่อนการจ่ายภาษีกำไรที่ได้จากการขายสินทรัพย์ได้

          ซึ่งแน่นอนว่าการขายอสังหาริมทรัพย์นั้นได้กำไรเยอะมาก แต่ก็มาพร้อมใบกำกับภาษีอีกหลายปึกเช่นกันค่ะ และยิ่งไปกว่านั้น กลยุทธ์ภาษีที่ซับซ้อนแบบนี้ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีแค่คนรวยเท่านั้นแหละที่ทำได้ เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่จะแลกเปลี่ยนในมาตรานี้ได้นั้น

          จะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน, อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์, หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้เอาไว้เพื่ออาศัยเท่านั้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยค่ะ

          สิ่งสำคัญในกฎหมายนี้ก็คือ ภาษีบุคคลจะถูกเรียกเก็บก่อนใช้จ่าย ในขณะที่บริษัทใช้จ่ายแล้วถึงถูกเก็บภาษี แปลว่าในระหว่างนั้นคนรวยมีเวลามากพอที่จะสามารถใส่รายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ค่ารถยนต์, ค่าบัตรสมาชิกสุขภาพ, ร้านอาหาร ได้อย่างถูกกฎหมายนั่นเองค่ะ

          และนี่คือพื้นฐานการเงิน 4 ข้อที่โรเบิร์ตอยากบอกทุกคน

          1. การบัญชี – คุณควรมีทักษะในการอ่านและทำความเข้าใจในงบการเงิน

          2. การลงทุน – การลงทุนนับว่าเป็นการผสมระหว่างความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเงิน

          3. เข้าใจตลาด – เข้าใจถึงความต้องการซื้อ และความต้องการขายสินค้า เทคนิคการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ และเซ้นส์การลงทุนขั้นพื้นฐาน

          4. กฎหมาย – เข้าใจเรื่องกฎหมายภาษี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง

Concept Six
6

แนวคิดที่ 6 อาชีพและธุรกิจ

          ความจริงทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มักใช้เกือบทั้งชีวิตทำงานเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง พวกเขามักจะทำงานเพื่อเจ้าของบริษัทก่อน ตามด้วยคนเก็บภาษี และจากนั้นก็ทำงานเพื่อเจ้าหนี้อย่างธนาคาร

          คนอเมริกันใช้เวลาทำงานเฉลี่ย 5 – 6 เดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลของพวกเขา แน่นอนว่าอาชีพของคุณยังจะเป็นอยู่ แต่ปัญหาก็คือเมื่อคุณเลือกเรียนอะไรก็ตาม คุณก็จะกำหนดกรอบชีวิตจากสิ่งที่คุณเลือกเรียนเช่นกัน

          ความจริงแล้ว คุณสามารถทำงานประจำไปพร้อมกับหาช่องทางที่สามารถทำเงินให้คุณในอนาคตไปพร้อมๆ กันได้ และสินทรัพย์ที่คุณสามารถมีได้ในระหว่างการทำงานไปด้วยนั้นได้แก่ หุ้น, พันธบัตร, กองทุนรวม เป็นต้น

Concept Seven
7

แนวคิดที่ 7 เป็นผู้เลือก

          สำหรับคนสมัยก่อน เจ้าของอุตสาหกรรมคือคนที่รวยและมั่งคั่งที่สุด แต่สำหรับทุกวันนี้คนที่มีข้อมูลเยอะ คือคนที่มั่งคั่งที่สุด

          ไม่ว่าจะต่อรองอะไร คนจนมักบอกว่าเค้าไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรจากข้อตกลงได้เลย และทางเลือกสุดท้ายที่คนจนจะรวยได้ก็คือ การที่ทำงานให้หนัก ออมให้มากขึ้น และการยืมเงินเพื่อลงทุนเท่านั้นที่จะพอเป็นไปได้ แน่นอนว่าคนรวยรู้ถึงข้อนี้ดีว่าสำหรับคนจนแล้วจิตใจนี่แหละเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าที่สุด

Community 9k

          คนรวยมักทำข้อตกลงด้วยตัวเองมากกว่าจะเลือกข้อตกลงที่ทางบริษัทอสังหาริมทรัพย์เสนอให้ ถ้าหากคุณอยากจะเป็นคนที่เหนือกว่าในการทำข้อตกลง คุณจะต้องพัฒนา 3 สิ่งนี้

          1. วิธีมองหาโอกาสที่คนอื่นไม่เห็น
          2. วิธีหาเงิน
          3. วิธีจัดระเบียบชีวิต

Concept Eigth
8

แนวคิดที่ 8 ประสบการณ์สำคัญกว่าเงิน

          โรเบิร์ตกระตุ้นให้วัยรุ่นหางานตามสิ่งที่พวกเราถนัดมากกว่าทำสิ่งที่พวกเขาไม่ถนัด และแนะนำให้พวกเขาตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ให้มีหัวข้อที่ชัดเจน มากกว่าที่จะมองหาความเชี่ยวชาญจากการทำงาน เพราะความเชี่ยวชาญนั้นมีไว้เพื่อให้เราทำงานได้ไวขึ้น แต่ไม่มีไว้เพื่อความร่ำรวย

          เลือกงานที่จะช่วยให้คุณมีทักษะในการจัดการเงิน, จัดการระบบ หรือทำงานร่วมกับคนหมู่มาก เพื่อเรียนรู้วิธีบริหารคน นอกจากนี้คุณยังควรมีทักษะการตลาด, การขาย และการเจรจาเพราะทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นถ้าหากคุณอยากรวย

Concept Nine
9

แนวคิดที่ 9 อุปสรรค

          ในบทนี้โรเบิร์ตพูดถึง 5 เหตุผลที่ทำให้ความรู้ทางการเงินของเราไม่พัฒนา โดยมีใจความดังนี้

          1. ความกลัว โดยเฉพาะความกลัวจากการเสียเงินให้กับสิ่งที่ไม่แน่นอนในผลลัพธ์ นักลงทุนไม่กลัวการเสียเงิน เพราะไม่มีความรวยใดที่ถูกสร้างขึ้นได้โดยไม่เสียเงินสักบาทเดียว และแน่นอนว่าคนรวยจะไม่ปล่อยให้การสูญเสียนั้นเปล่าประโยชน์ไป พวกเขามักจะเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาสอยู่เสมอ

          2. การถูกเยาะเย้ย การเยาะเย้ยนั้นมาจากความสงสัยและความกลัว คนพวกนี้มักจะมีข้อแก้ตัวให้ตนเองกับเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้เสมอ คนเหล่านี้จะเลือกวิจารณ์มากกว่าจะมองหาเหตุผล และเมื่อไรที่เขาเลือกที่จะไม่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไหน เขาก็จะเยาะเย้ยคนอื่น แต่ถ้าคุณจะเป็นพ่อรวยที่อยากจะสอนลูก คุณจะควรจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่สามารถจ้างผู้ดูแลและจัดการมันจนสามารถทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกได้

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

          3. ความขี้เกียจ อย่าพยายามหลีกเลี่ยงปัญหาในงานที่สำคัญ เพราะทักษะเหล่านี้จะช่วยพัฒนาความสามารถในการเป็นคนรวยให้คุณในอนาคต

          4. นิสัยที่ไม่ดี การใช้ชีวิตของเรามักสะท้อนถึงนิสัยของเรามากกว่าระดับการศึกษา และเหนือสิ่งอื่นได้ โรเบิร์ตยืนยันว่าสิ่งที่คุณควรทำคือ “การจ่ายเงินให้ตัวเองก่อน” จ่ายเงินเพื่อดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ตัวเองก่อนที่จะจ่ายเงินเพื่อคนอื่น

          5. ความเย่อหยิ่ง โรเบิร์ตนิยามคำว่าเย่อหยิ่ง ว่ามาจาก อีโก้และความไม่รู้ ซึ่งวิธีการแก้ปัญหานั่นก็คือ การศึกษาเรื่องการเงินให้มากขึ้น

Infographic Rich Dad Poor Dad
10

สรุปส่งท้าย

          ในบทสรุปส่งท้ายของหนังสือพ่อรวยสอนลูกนี้ โรเบิร์ตอธิบายว่าคุณจะเริ่มต้นก้าวสู่ความร่ำรวยได้ยังไง ซึ่งสามารถสรุปออกมาได้ท้้งหมด 18 ข้อ ดังนี้

          1. คุณต้องมีเหตุผลที่จะรวยมากพอ โดยคุณควรเริ่มระบุถึงเหตุผลจากสิ่งที่ไม่ต้องการก่อน แล้วตามด้วยสิ่งที่ต้องการ เช่น ไม่ต้องการทำงานประจำไปตลอดชีวิต แต่ฉันต้องการมีอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำเงินให้ฉันได้มากพอที่จะออกมาเป็นนายตัวเอง

          2. เลือกให้ดีว่าเราจะเป็นใครในอนาคต เพราะการใช้จ่ายของคุณในทุกๆวัน จะเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นเองว่า เราจะรวยหรือจน

Community 9k

          3. เลือกเพื่อนให้ดี เลือกคนที่เขาจะสนับสนุนให้คุณเป็นคนที่กล้าเรียนรู้และเป็นคนที่ดีขึ้น ไปพร้อมกับกล้าตักเตือนอย่างจริงใจ โดยคุณไม่ควรพิจารณาการเลือกเพื่อนจากฐานะทางการเงินของเขา แต่ควรพิจารณาอย่างพิถีพิถันเพื่อที่คุณจะไม่ต้องไปใช้ชีวิตท่ามกลางคนที่ไม่เคยยินดีกับคนอื่น

          4. ฝึกฝนพื้นฐานจนเชี่ยวชาญและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คนส่วนใหญ่มักหยุดตัวเองไว้ที่ความสำเร็จขั้นพื้นฐานอย่าง การทำงานให้หนัก, จ่ายหนี้สิน และเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งคุณควรจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วย เช่น ศึกษาการลงทุนอสังหาที่หลุดจำนอง หรือที่ดินที่ถูกขายโดยกรมบังคับคดีเป็นต้น

          เมื่อคุณเรียนรู้และทำจนเกิดผลลัพธ์แล้ว คุณถึงจะสามารถเปลี่ยนแนวทางในการเรียนรู้ได้ ในหัวข้อนี้มีสิ 2 ทักษะที่คุณควรเรียนรู้ นั่นก็คือ

          4.1. ขยายมุมมองเพื่อหาวิธีสร้างรายได้แบบอื่นๆ
          4.2. วินัยในการลงมือทำ

          5. จ่ายเงินให้ตัวเองก่อนคนอื่น คุณควรจ่ายเพื่อรักษาสุขภาพกายและใจของตนเองก่อนเสมอ

          6. จ่ายเงินให้กับคนดูแลทรัพย์สินของคุณให้คุ้มค่า รวมถึงคนที่สร้างรายได้ให้คุณด้วย

          7. คำถามที่อยู่หัวนักลงทุนทุกคนคือ “จะได้รับเงินคืนเร็วแค่ไหน” คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่ลงทุนไปนั้นเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย โดยให้พิจารณาสินทรัพย์ที่ได้มาฟรีหลังจากที่ได้รับเงินคืน บวกกับผลตอบแทนของการลงทุนด้วย

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

          8. อย่าเพิ่งซื้อของฟุ่มเฟือยจนกว่าคุณสร้างสินทรัพย์ ที่สามารถทำเงินให้คุณในอนาคตได้สำเร็จ

          9. ค้นหาไอดอลในการลงทุน เพื่อที่คุณจะได้เลียนแบบและมีแรงบันดาลใจ

          10. ยิ่งให้ยิ่งได้รับ คำที่ทุกคนมักคุ้นหูกันเป็นอย่างดี สำหรับในหนังสือเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ยิ่งคุณสอนมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งได้เรียนรู้มากเท่านั้น แล้วคุณจะพบว่าสิ่งต่างๆ เข้ามาหาคุณง่ายมาก เมื่อคุณเป็นผู้ให้ก่อน

          11. หยุดพักสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ และคิดว่ามีสิ่งไหนบ้างที่ทำแล้วส่งผลต่อคุณ สิ่งไหนบ้างที่คุณไม่ต้องทำก็ได้

          12. อ่านหนังสือในเรื่องอื่นๆ บ้าง เพื่อที่คุณจะได้แนวคิดใหม่ๆ และเรียนรู้จากมัน

          13.พาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนประสบความสำเร็จ และคนมีความรู้ในสิ่งที่คุณอยากจะทำ

          14. อย่าเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ให้เต็มใจที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อยู่เสมอ

          15. ยื่นข้อเสนอให้เยอะเข้าไว้ เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าข้อเสนอไหนจะถูกตอบรับในการต่อรอง แต่ถ้าหากคุณยื่นข้อเสนอให้เยอะไว้ก่อน จะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้รับข้อเสนอมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญ การปฏิเสธข้อเสนอเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ

          16. หาข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขาย นี่คือเคล็ดลับเมื่อคุณจะทำข้อตกลง คุณต้องรู้ว่าถ้าคุณขายอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว ใครจะซื้อ เมื่อคุณค้นหาข้อมูลจนรู้แล้ว คุณก็จะหาผู้ขายเจอ

          17. เรียนรู้จากอดีตของคนที่ประสบความสำเร็จ สำหรับบางเรื่องคุณไม่จำเป็นต้องพาตัวเองไปเจอเหตุการณ์จริง แต่การเลียนแบบพวกเขาจะทำให้คุณต้องไม่เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

          18. ถ้าหากคุณไม่มั่นใจว่าคุณควรทำอะไร ให้คุณลงมือทำไปก่อน เพราะการทำโดยไม่พร้อม ย่อมดีกว่าการพร้อมแต่ไม่ทำ

มิ้นนนนทท์

ธัญญาเรศ อาสานอก (มิ้นท์) | BLOGGER

         นักเขียนคอนเทนต์ทาสแมว ดำรงชีพด้วยการเป็นติ่งเกาหลี รักวิถีแห่งธรรมชาติ และกาแฟอเมริกาโน่เย็นแบบเพิ่มช็อต ผู้ที่ติดตามทั้งข่าวสารบ้านเมืองไปพร้อมๆกับโลกออนไลน์ที่ก้าวหน้า

เบลว์

สโรชา ธีรวาณิชกะ (เบล) | Graphic Designer

         กราฟฟิกที่หน้าตาไม่โหด แต่ไม่เคยเปิดโหมดคิตตี้ บรีฟไม่เคลียร์ขออนุญาตลากไปต่อย ชอบดับร้อนด้วยกาแฟร้อนและนมเทียมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มีสไตล์การทำงานที่โดดเด่นเพราะเน้นคุยคนเดียว