Set Goals Of Your Life

การตั้งเป้าหมายในชีวิต อย่างละเอียด 7 วัน 7 ขั้นตอน

          วันนี้ผมจะพาทุกคนมาดูการตั้งเป้าหมายในชีวิตอย่างละเอียดกันครับ  โดยเราจะทำทั้งหมด 7 ขั้นตอน ใน 7 วัน อ่านแค่วันละตอนพอนะครับ มาเน้นการปฎิบัติและลงมือทำกันครับ

          สำหรับใครที่ไม่เคยตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตแบบจริงจัง หรือไม่เคยคุยกับตัวเองจริงๆ จังๆ อยากให้ลองดูสักครั้งครับ เพราะการใช้ชีวิตอยู่ลอยๆ ไปเรื่อยๆ ไม่มีเป้าหมายในชีวิตมันน่าเบื่อนะครับ ถ้าคุณเป็นที่อยากเปลี่ยนตัวเองมาจริงจังกับชีวิตดูบ้างก็จัดไปเลยครับ

          แค่เตรียมปากกา 1 ด้ามและกระดาษไม่กี่แผ่นแล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป มาลองดูกันครับ

สารบัญเนื้อหา

1

วันที่ 1 : กฎ 9 ข้อในการตั้งเป้าหมายที่ดีและวิธีการเขียน

Set Your Life Goals For 9 Rules

          2. ต้องอ่านแล้วสะใจ ตื่นเต้น
          เป้าหมายต้องไม่ต่ำเกินไปจนไม่ได้ใช้ความพยายาม และต้องไม่สูงเกินไปจนรู้สึกว่าเราไม่มีทางเอื้อมถึง

          3. ต้องลงรายละเอียด เช่น
          – อยากหุ่นดี หุ่นดีแค่ไหน? เขียนลงไปเลย อยากหนักกี่โล

          – อยากสุขภาพดี ดีแบบไหน? ค่าต่าง ๆ ในการตรวจสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ป่วย ตลอดชีวิต

          – อยากมีรถยนต์เท่ๆ เขียนระบุไปเลย รุ่นไหน ทะเบียนอะไร สีอะไร maxแบบไหน ข้างในตกแต่งอะไร

          – อยากทำงานสบายๆ สบายแค่ไหน? ทำงานกี่วัน วันละกี่ชม ทำที่ไหน หยุดวันไหน ทำอะไรบ้าง พบปะผู้คนไหม?

          ใส่รายละเอียดลงไปเลยครับ ยิ่งละเอียดยิ่งดี

          4. ต้องมีวันหมดอายุ
          สินค้าเวลาเราซื้อมา เรายังต้องรู้เลยต้องกินก่อนวันไหน เป้าหมายที่สำคัญของชีวิตเราจะปล่อยให้มันเลื่อนไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนดไม่ได้ครับ กำหนดวันไปเลยว่าเราต้องการให้เป้าหมายของเราสำเร็จวันไหน จะต้องมี ต้องเป็น จะต้องได้มัน วันที่…เท่าไร เขียนลงเลย

          5. ต้องทำเพื่อคนอื่น
          เป้าหมายที่ทำเพื่อคนอื่นจะมีพลังมากกว่าทำเพื่อตัวเองหลายเท่า เวลาเจออุปสรรค
ถ้าเป็นเป้าเพื่อตัวเราคนเดียวเราอาจจะยอมแพ้ไปได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นเป้าหมายเพื่อคนอื่นเราจะยอมแพ้ไม่ได้

          เช่น ผมตั้งเป้าว่า ผมจะไปเที่ยวออสเตรเลียมันมีพลังน้อยมากถ้าเทียบกับที่ผมจะพา “แม่” ผมไป

ออสเตรเลีย

Community 9k

          6. ตั้งเป้าไปเลยว่า เราจะรวยจากสิ่งที่เรารัก
          บางคนบอก รวยก่อนค่อยมีความสุข บางคนบอก มีความสุขก็พอ ไม่ต้องรวยหรอก เราอยู่อย่างพอเพียงไม่จำเป็นครับ! ตั้งเป้าไปเลยครับว่าเราจะมี รวย + ทำงานที่รัก เพราะ พวกเศรษฐี ร้อยทั้งร้อยทำงานที่รักครับ

          7. ต้องยืดหยุ่นได้
          ไม่ใช่ตั้งเป้าว่าจะได้กำไรจากหุ้นพอไม่ได้เราก็ไม่ทำอะไรเลย เราอาจจะตั้งเป็นตัวเลข เช่น 1 ล้านแล้วทำมันโดยวิธีไหนก็ได้ ไม่สำเร็จก็เปลี่ยนวิธี แต่ยังได้ผลลัพท์เหมือนเดิม อย่ายึดติดว่าต้องแบบนั้น แบบนี้ จะเครียดกับเป้าหมายเกินไปครับ

8. ต้องตั้งเป้าหมายในครบทั้ง 6 ด้าน

8.1 ด้านการงาน

8.2 ด้านการเงิน

8.3 ด้านสุขภาพ

8.4 ด้านสัมพันธภาพ = ครอบครัว แฟน เพื่อน ญาติพี่น้อง (กิ๊ก อันนี้ไม่ดีครับ 😊)

8.5 ด้านจิตใจ/การช่วยเหลือ

8.6 ด้านความต้องการส่วนตัว

Life Goals

          9. ต้องทำให้มันเป็นภาพ
          ตัดต่อภาพสิ่งที่เราอยากเป็นอยากมี อยากได้ ยิ่งดีเลยครับ เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งเสมอ

          – ครั้งที่ 1 ในหัว(จินตนาการ)

          – ครั้งที่ 2 โลกแห่งความจริง

          ยิ่งเรามีภาพในหัวชัดเจนมากเท่าไร(ซ้อมในหัว) ยิ่งเป็นจริงเร็วทั้งนั้นครับ คนบางคนแค่คิดยังไม่กล้าเลยผมสงสารนะครับ เพราะผมเคยเป็น

เริ่มเขียน

          – ให้เรานั่งลงในที่เงียบๆ คนเดียว เตรียมปากกา หรือดินสอ พร้อมสมุดหรือกระดาษ

แล้วเขียนสิ่งที่เราอยากมี อยากเป็น อยากได้ อย่างน้อย 50 อย่าง

          – ในช่วงที่เราเขียนข้อ 1 ถึง 10 มันจะไปเร็วมากเพราะเป็นของที่เราอยากได้ปกติ
แต่ถ้าเขียนไปเรื่อย ๆ สักข้อที่ 30 เราจะเริ่มคิดไม่ออก นั่นแหละดี เพราะเราจะเริ่มคุยกับตัวเองแล้วว่าจริง ๆ แล้วชีวิตเราต้องการอะไรกันแน่

          – พยายามเขียนโดยใช้ 9 ข้อด้านบนเป็นไกด์ไลน์

          – พอเขียนเสร็จให้เอาเป้าหมายเหล่านั้นมาแบ่งลงในตะกร้า 3 ใบ

Success Basket

1. S =Short,Small

2. M = Middle,Medium

3. L = Long,Large

เขียนเสร็จแบ่งเสร็จ ลองเขียนเอามาเขียน why ที่เรากำลังจะบอกในหัวข้อถัดไปครับ

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online
2

วันที่ 2 : WHY? ทำไม ?

Why Do It

          คนสมัยนี้ให้ทำอะไรต้องให้เหตุผลก่อนเสมอ จะหลอกเหมือนเด็ก ๆ ก็ไม่ได้ เมื่อก่อนตอนผมเด็ก ๆ แม่ผมรำคาญเวลาผมผิวปากตอนกลางคืนแม่ก็จะหลอกผมว่า “อย่าผิวปากตอนกลางคืนนะเดี๋ยวผีหลอก!”

          เวลาผมเอาช้อน ส้อม เคาะจานเวลากินข้าวแม่ก็จะพูดเหมือนเดิมอีก “อย่าเคาะจานเวลากินข้าวนะ มันเป็นการเรียกผี!” ผมนะคิดในใจ ผีเป็นใครวะ งานการไม่ทำ มาคอยหลอกแต่เด็กๆอย่างเรา แต่แท้จริงแล้ว แม่แค่อยากสอนผม ไม่อยากให้ผมเสียงดัง

          แต่เด็กสมัยนี้ หลอกมันไม่ได้ง่ายๆนะครับ มันมี google อยู่ มัน search เลย “ผิวปากผีหลอก” หลอกมันไม่ได้แล้ว แถมมันมาบอกว่าเราเพ้อเจ้อด้วย

          คนสมัยนี้ก็เหมือนกัน เจ้านายจะใช้โน้นใช้นี้จะมาแบบระบบทหาร ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ จะเอาอันนั้นอันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ บอกเลยครับ ” ยาก “

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

         คำถามแรกที่จะบินมาเลยก็คือ ทำไปทำไม ? เป็นคำถามที่ตัวผมถามตัวเองเองบ่อยมาก และเพื่อนร่วมงานผมส่วนใหญ่ก็จะถามคำถามนี้ ถ้าหัวหน้าตอบไม่ได้หรือให้เหตุผลได้ไม่ดีพอ แต่เราจำเป็นต้องทำงานก็จะออกมาไม่ค่อยดี (ไม่เต็มใจทำ)

         เช่นเดียวกันกับตัวเรา ถ้าเรามีเป้าหมายแล้วแต่คุณยังไม่มีเหตุผลให้ตัวเองมากพอว่าคุณจะทำไปทำไม เป้าหมายของคุณก็จะออกมาไม่ดีเพราะไม่มีพลังทำอย่างต่อเนื่อง

         ฉะนั้นคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าจะรวยไปทำไม จะเก่งไปทำไม จะสวยจะหล่อไปทำไม ถ้าคุณให้เหตุผลกับตัวเองได้มากพอ คำว่าขี้เกียจ จะหมดไปเลยครับ

“ไม่มีวันไหนที่มนุษย์จะมีพลังเท่ากับวันที่เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีเหตุผลให้มันมากพอครับ”

         มาลองเขียนเหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นต้องประสบความสำเร็จเขียนเสร็จแล้วมาแชร์กันดูก็ได้ครับ

3

วันที่ 3 : การลงมือทำ คือ พ่อทุกสถาบัน!

Gif Nayk

          ตอนที่ผมหัดเต้น B-Boy นั้นมีท่าหมุนๆที่ชื่อ Windmill ทุกครั้งที่ผมซ้อมพอเริ่มตั้งท่าเตะขาไป หมุนไปได้ครึ่งรอบเอวจะกระแทกพื้นดังปั้ก! ผมจึงพยายามไม่ซ้อมท่านี้ทั้ง ๆ เป็นท่าที่ผมอยากทำได้มากในตอนนั้น

          ผมพยายามสอบถามคนที่ทำได้แล้วว่าเตะขายังไง เหวี่ยงมือยังไง ดูคลิปการสอนซ้ำแล้วซ้ำอีก slow ดูกันเลยทีเดียว ข้อมูลในการหมุนท่านี้ของผมนี้แน่น 100% พอผมลองทำอีกเอวก็ยังกระแทกพื้นดังปั้ก! อีกอยู่ดี

          ผมไปถามคนที่ทำได้แล้วว่า “ทำไมเราทำไม่ได้วะ” คนที่ทำได้แล้วบอกว่าก่อนจะทำได้ เอวกระแทกพื้นจนเป็นแผลเลย นายทำแค่ครั้ง 2 ครั้งจะทำได้ไงวะ

Community 9k

         ในที่สุดผมก็รู้ความจริงว่า “ที่เรายังทำไม่ได้ เพราะเรายังเจ็บตัวไม่มากพอ” เหมือนกับคนที่ประสบความสำเร็จนั้นเจออุปสรรคผ่านความล้มเหลวมามากมายเขาถึงประสบความสำเร็จ

         เราจะต้องบอกกับตัวเองในวันนี้ “ที่เรายังไม่ประสบความสำเร็จเพราะเราอาจจะยังล้มเหลวไม่มากพอ” ไปลงมือทำตามฝันกันเถอะครับ

4

วันที่ 4 : รับผิดชอบชีวิตตัวเอง 100%

Responsibility For Own Life

         แน่นอนครับ! เราอาจจะบอกว่าเราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ได้ 100 % แต่เราเลือกที่จะตอบสนองมันได้สูตรของมันคือ เหตุการณ์ + การตอบสนอง = ผลลัพธ์

         แล้วถ้าเราโมโห เช่น มีคนปาดหน้ารถเราควรทำยังไง? ให้เราตอบสนองในเชิงบวก คิดซะว่าที่เขารีบเพราะเขาปวดขี้ก็ได้

ขำดี อาจจะยิ้มออก

         และไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ดี ทุกครั้งที่โกรธ ทุกครั้งที่โมโห พูดในใจเสมอว่า “ฉันรับผิดชอบชีวิตตัวเอง 100%”

         แล้วการตอบสนองของเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเรากำลังดึงเอาความรับผิดชอบกลับมาไว้ที่ตัว ถามตัวเองเลยว่า วันนี้เรารับผิดชอบชีวิตตัวเอง 100% แล้วรึยัง? ถ้ายัง รีบเลยครับ!

5

วันที่ 5 : บอกเลิกแม่งเลย

Start Do It Now

         6 เลิกที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นแบบสุดๆ

         1. เลิกโทษ…
         – เลิกโทษดวง
         – เลิกโทษพ่อแม่
         – เลิกโทษคนอื่น
         – เลิกโทษเหตุการณ์ต่างๆทั้งหมด

         2. เลิกอ้าง…
         – อ้างว่าแก่เกินไป อ้างว่าเด็กเกินไป
         – อ้างว่าไม่มีเงิน
         – อ้างว่าไม่มีเวลา
         – อ้างว่าสุขภาพไม่ดี
         – อ้างว่าไม่มีความรู้มากพอ

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

         3. เลิกบ่น
         – การบ่นเป็นการดึงดูดเรื่องลบๆ เข้ามาในชีวิต พอเราพูดถึงเรื่องไม่ดี คิดแต่เรื่องไม่ดี ชีวิตก็จะมีแต่เรื่องไม่ดี เลิกครับเลิก

         4. เลิกเก่งกับคนอื่น
         – บางคนอยู่กับหมู่เพื่อนฝูง เก่งซะทุกเรื่อง รู้ซะทุกอย่าง แต่พอถามถึงเรื่องตัวเองจริงๆ ไม่รู้สักอย่าง
         – เลิกเก่งกับคนอื่น แล้วหัดเก่งกับตัวเองครับ

         5. เลิกทำตัวเหยาะแหยะเป็นเด็กน้อย
         – ไม่รักษาคำพูด
         – ไม่รักษาเวลา

         6. เลิกเดี๋ยว
         – จะทำโน่นทำนี่ แผนการเต็มหัว วิธีการที่เรียนมา ที่อ่านมาเต็มไปหมดแต่ไม่ได้ลงมือทำสักที เดี๋ยวๆๆ เลิกผลัดวันประกันพรุ่งได้แล้ว

ท ท ท = ทำทันที
ลงมือทำเลย!
เลิกแม่ง!
ตอนนี้!
เดี๋ยวนี้!
ท ท ท = ทำทันที

6

วันที่ 6 : แบ่งเป้าหมายใหญ่เป็นเป้าหมายย่อยเล็กๆ

Divided Goals

         ผมอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดให้ในตอนแรก วันนี้เรามาลงรายละเอียดกันหน่อยครับ

         1. นำเป้าหมายที่เขียนไว้ของ ตอนที่ 1 มาย่อยให้เป็นเป้าหมายที่เราต้องการทำให้สำเร็จในปีนี้แต่ไม่เกิน 10 ข้อนะครับ

         2. นำเป้ารายปีมาย่อยให้เป็นเป้ารายไตรมาส เช่น เป้ารายปี อาจจะลดน้ำหนัก 20 กิโล เป้ารายไตรมาสอาจจะต้องลด 5 กิโล

         3. นำมาย่อยเป็นเป้ารายเดือน เป้ารายเดือนอาจจะเดือนละ 2 กิโล

         4. นำมาย่อยเป็นเป้ารายสัปดาห์ เป้ารายสัปดาห์ อาจจะสัปดาห์ละ 0.5 กิโล

         5. เขียนสิ่งที่เราสามารถทำได้ทันที ตอนนี้ เช่น วิ่งทุกวันวันละ 45 นาที เลิกกินของมัน ของทอด (อาจจะเริ่มจากน้อยๆก่อนแล้วค่อยเพิ่ม)

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

         ควรทำตารางความสำเร็จไว้เก็บผล (การทำตารางบันทึกสร้างวินัยของพี่เอ a-academy) ดื่มด่ำกับความสำเร็จของเราทุก ๆ ครั้งที่เราทำสำเร็จ

         หัดชมตัวเอง (เราเก่ง เราเยี่ยม เราดี เราหล่อ 555+) ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน
และวันศุกร์มาวัดผลกันอีกครั้งว่าเรามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว พร้อมดื่มด่ำกับความสำเร็จทั้งสัปดาห์ของเราอีกครั้ง

         วันอาทิตย์เริ่มวางแผนใหม่ครบ 1 เดือน, ครบ 1 ไตรมาส, ครบ 1 ปี มาวัดผล ติดตามผลกัน
ลงมือทำต่อเนื่อง คุณสำเร็จแน่นอนครับ

7

วันที่ 7 : เริ่มจากน้อยๆก่อนแล้วค่อยเพิ่ม

M

         การลดน้ำหนักด้วยการสร้างอุปนิสัย 21 วัน
         เหมียว(แฟนผม) เคยกินกาแฟลดความอ้วนแล้วสุดท้ายก็โยโย่

         เหมียวเคยกินสูตรที่เค้าบอกว่าเป็นสูตรพระเทพ พวกไข่ต้ม กาแฟ ถึง 14 วัน แล้วก็ไม่ได้ผลเพราะมันฝืนใจทำ และทำเป็นนิสัยไม่ได้ หมดแรงก่อน

         เหมียวอยากลดความอ้วน แบบว่าอยากมากๆ (ความตั้งใจนี้แบบว่าไฟลุกเลย) ครั้งหนึ่งเหมียวไปวิ่งลู่วิ่ง วันแรก 45 นาที วันที่ 2 1 ชม. แล้วก็ทำแบบนี้ได้แค่สัปดาห์เดียวครับ แล้วก็ตกม้าตาย 555+

         ต่อมาผมแนะนำวิธีนี้ให้เหมียวคือ เริ่มง่ายๆ เริ่มให้น้อยที่สุดและค่อย ๆเพิ่มให้เท่ากับที่เราต้องการผมพาเหมียวไปว่ายน้ำวันแรก 7 นาที (คือ 7 นาทีจริงๆครับเพราะเราไปตอนช่วงสระใกล้จะปิดแล้ว)

         วันที่ 2 ว่ายไป 10 นาที แล้วก็ค่อยๆเพิ่มจาก 10 เป็น 12 เป็น 15 เป็น 20 เป็น 25 จนปัจจุบันเหมียวออกกำลังกายและเลือกทานอาหารจนเป็นนิสัย

         เหมียวรู้สึกว่าการออกกำลังกายไม่ลำบากเลยเพราะเคยชิน วันไหนไม่ได้ไป จะรู้สึกหงุดหงิด! เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง ปัจจุบันเหมียวน้ำหนักลดไป 7 กิโล จาก 52 เหลือ 45

         ผลตรวจสุขภาพประจำปี ไขมัน 141 (ค่ามาตราฐาน 0-200), น้ำตาล 84 (ค่ามาตราฐาน 70-100) และทุกอย่างปกติ ^__^ ทั้งหมดที่ทำภายในระยะเวลา 6 เดือน (เฉลี่ยน้ำหนักลงเดือนละโล)

8

สรุปการสร้างอุปนิสัย

         1. ตั้งเป้าว่าอยากจะทำอะไรให้เป็นนิสัยเอาที่เราอยากจริงๆ

         2. เริ่มทีละอย่าง ฝึกให้เป็นนิสัยทีละอย่าง ถามว่า? รู้ได้ไงว่าเป็นนิสัยแล้ว
(ถ้าคุณไม่ทำแล้วมันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างนั้นแหละ!! เป็นนิสัยคุณแล้ว)

         3. เริ่มให้น้อยที่สุด แล้วค่อยๆเพิ่มครับไม่ต้องรีบ

         4. อย่าหยุด! ถ้าไม่จำเป็น

         5. ผูกนิสัยใหม่ไว้กับนิสัยเก่า + เทคนิคนี้มันใช้ได้กับทุกๆ เรื่องในการสร้างนิสัยใหม่และไล่นิสัยเก่า

ผมขอให้บทความนี้ เปลี่ยนชีวิตใครสักคนไปในทางที่ดีขึ้น แค่คนเดียวผมก็พอใจแล้วครับ

9k

รัชพล สันติเศรษฐสิน (นายเค)

         ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท มิสเตอร์เค กิมจิ จำกัด, 9K.co.th, Shop.9k.co.th, MrKKimchi.com