เริ่มต้นขายของออนไลน์

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นขายของออนไลน์ ไม่อยากตกม้าตายทำตามนี้

          “ขายของออนไลน์” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ใครหลายคนนั้นอยากเริ่มทำกัน เพราะเป็นธุรกิจที่ลงทุนง่าย ไม่ต้องใช้ต้นทุนเยอะ ไม่ต้องเช่าหน้าร้านก็สามารถสร้างยอดขายได้หากเลือกตลาดที่ถูก แต่ก็มีคำถามเหล่านี้เหมือนกันใช่ไหมคะว่า ต้องเริ่มต้นยังไง? แล้วต้องมีอะไรบ้าง?

          แน่นอนค่ะว่าสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นขายของออนไลน์นั้น จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดีด้วย ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง

สารบัญ

1

เตรียมความพร้อม

          อย่างไรก็ตามการขายของออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณกล้าที่จะเริ่มก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ และสำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นขายของออนไลน์ก็ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องดังต่อไปนี้

          1. เงินทุน

          ทุกคนคงสงสัยว่าควรมีเงินทุนเท่าไรถึงจะเริ่มขายของออนไลน์ได้ แนะนำว่าควรมีเงินสักหนึ่งก้อนที่พร้อมจะล้มแล้วลุกได้ นั่นคือเพียงพอแล้วค่ะ

          ถ้าหากยังมีเงินทุนไม่มากพอ แนะนำว่าควรทำงานประจำไปพร้อมกับการเริ่มต้นทำธุรกิจนี้จะดีกว่า และต้องแบ่งเวลาให้ดี ไม่แอบเอาเวลางานประจำมาขายของออนไลน์นะคะ แน่นอนค่ะว่าทางเราก็นำบทความ 7 ข้อปฎิบัติในการวางแผนการเงิน มาฝากอีกด้วย

          เพื่อวางแผนว่าเงินเก็บฉุกเฉินที่คุณมีนั้นพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ คุณอาจต้องมีเงินสำรองเผื่อไว้เช่นกัน ซึ่งการวางแผนการเงินที่ดีแต่ต้นมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอนค่ะ คลิกอ่านเพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้เลย

          2. ตั้งเป้าหมาย

          การตั้งเป้าหมายธุรกิจนั้น มีความสำคัญมากๆ คุณควรทำความเข้าใจให้ดีเพื่อให้การลงเงิน และลงแรงนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด ควรวางแผนออกมาให้ชัดเจน และมีแผนสำรองกรณีฉุกเฉินไว้เสมอ

          คุณสามารถเริ่มต้นได้จากการตั้งเป้าหมายของตนเองอย่างละเอียด จนไปถึงการตั้งเป้าหมายธุรกิจ ซึ่งบทความนี้ การตั้งเป้าหมายในชีวิต อย่างละเอียด 7 วัน 7 ขั้นตอน ก็เป็นแนวทางที่ดีในการตั้งเป้าหมายเลยทีเดียวค่ะ

         หรือหากในตอนนี้คุณยังไม่ทราบถึงเป้าหมายของคุณที่แน่ชัด บทความด้านล่างนี้อาจสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

          นอกจากนี้ก็ยังมีการกำหนดเป้าหมายด้วย “SMART goals เป็นการวางแผนการตลาดที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการกำหนดเป้าหมายในแบบที่ Specific (เฉพาะเจาะจง) ,Measurable (วัดผลได้) ,Achievable (บรรลุผลได้จริง) ,Relevant (มีความเกี่ยวข้อง) และ Time-bound (มีกรอบเวลาชัดเจน) นั้นเองค่ะ

         3. ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ

          ยิ่งคุณมีความรู้พื้นฐานด้านธุรกิจ หรือมีข้อมูลที่มากพอในธุรกิจที่คุณทำก็จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตัดสินใจได้เยอะเช่นเดียวกันค่ะ จึงจำเป็นต้องค้นคว้า ศึกษาหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด แล้วความรู้พื้นฐานด้านธุรกิจนั้นมีอะไรบ้าง เราขอยกตัวอย่าง เช่น          

         –  แบรนด์มีกี่ประเภท

         –  Customer Journey

          – ตลาดหลัก ตลาดรอง

          เป็นต้น นอกจากนี้การศึกษาเทรนด์การตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันค่ะ คุณจะรู้ว่าช่วงนี้กระแสอะไรกำลังมาแรง ทำให้ทราบถึงความต้องการ และพฤติกรรมของผู้ปริโภคมากขึ้น และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้นั่นเองค่ะ  

2

ตั้งชื่อร้าน และชื่อแบรนด์

          “ชื่อที่ดี” ไม่ว่าจะชื่อร้าน หรือชื่อแบรนด์ จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงร้านคุณได้ง่ายขึ้น แถมยังทำให้ลูกค้าติดหู ติดปาก ได้ยินได้พูดชื่อร้านก็จะนึกสินค้าคุณได้ โดยเราแนะนำตั้งชื่อ ดังนี้ค่ะ

         – อ่านง่าย เขียนง่าย

         – จดจำง่าย คุ้นหู

         – สะท้อนตัวตนของธุรกิจ

          ถ้าไม่รู้จะตั้งชื่อร้านยังไง เราแนะนำอ่านบทความ วิธีตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์สายมงคลด้วยเลขศาสตร์ และอักษรไทย ได้เลยค่ะ

          อีกทั้ง “โลโก้ร้าน” ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ลูกค้าสามารถเห็นแล้วจดจำร้านได้ทันทีจากโลโก้ ที่เป็นคอนเซปต์เฉพาะแค่มองนิดเดียวก็นึกถึงร้านคุณได้

1

การเลือกสินค้าขาย และกลุ่มเป้าหมาย

          การเลือกสินค้าเป็นอะไรที่หลายคนคงคิดไม่ตกจริงๆ ว่าจะเลือกยังไงดี หรือควรขายอะไรดี ทางเราแนะนำเลือกสินค้าที่เป็นตลอดรองจะดีที่สุดค่ะ คุณอาจจะเริ่มโดยการสำรวจตลาดว่าสินค้าอะไรกำลังเป็นที่ต้องการ และคิดว่าจะทำกำไรได้ดี

          แต่ด้วยการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน นั้นเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก เราจึงมี คู่มือการเลือกสินค้าอย่างไรให้ขายดี ฉบับสมบูรณ์ มาฝากคลิกอ่านที่นี่

          หรือเลือกสินค้าจากสิ่งที่ชอบ ซึ่งสินค้าที่คุณมีความสนใจ และชอบ จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้ขายเข้าใจตัวสินค้า สามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างชัดเจน

          และหลังจากที่คุณหาสินค้าที่จะขายเจอแล้ว สินค้าเป็นลักษณะแบบไหน ทีนี้คุณก็จะต้องมาทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้านี้กันค่ะ เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงจุด เพราะการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ดี และถูกจุด จะเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าของคุณมากขึ้นค่ะ

          “การตั้งราคาสินค้า” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้หลายคนตกม้าตายได้ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าสินค้าที่ขายควรตั้งราคาที่เท่าไหร่ดี หากตั้งราคาที่สูงเกินไปก็อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจที่จะไม่ซื้อ แต่หากตั้งราคาที่ต่ำก็อาจทำให้คุณไม่ได้กำไรเลยก็ได้

          ฉะนั้นการตั้งราคาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ควรตั้งให้เหมาะสม ทางเราจึงมี คู่มือการตั้งราคาสินค้า เป็นโปรแกรมช่วยคำนวณกำไร และขาดทุน ในการตั้งราคาขายสินค้ามาฝากกันค่ะ หรือนอกจากนี้ยังมี คู่มือการสร้าง Brand Awareness สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

2

ช่องทางการขายสินค้า

          ช่องทางการขายสินค้า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญควบคู่ไปด้วย เพราะช่องทางการขายดี ก็ส่งผลให้ธุรกิจของเคุณประสบความสำเร็จได้มากขึ้น แต่หากเลือกช่องทางการขายที่ผิด โอกาสที่ธุรกิจจะย่ำอยู่กับที่ โตช้า หรือไม่เติบโตก็มีความเป็นไปได้สูงเลยล่ะค่ะ

          การเลือกช่องทางการทำเงิน สามารถเลือกได้หลากหลายช่องทางการทำเงิน หลายแพลตฟอร์มมาช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราขอยกตัวอย่างช่องทางหลักทำเงินที่ยอดนิยม ดังนี้ค่ะ 

          1. TikTok Shop

          เป็นแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมมากๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ มาในรูปแบบวิดีโอสั้น ที่สร้างความสนุก และความบันเทิงให้กับผู้ใช้งาน โดยสามารถปักตะกร้าสินค้าในคลิปวิดีโอเพื่อขายสินค้าได้

          2. Facebook Marketplace

          เป็นแพลตฟอร์มขายของออนไลน์บน Facebook เพียงแค่คุณมีบัญชีเฟสบุ๊คก็สามารถโพสต์ขายสินค้าได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีเพจร้านค้าก็ได้

          3. Shopee, Lazada

          ทั้ง 2 แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางที่นิยมอย่างมาก มีการใช้งานกันอย่างล้มหลามมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ ตัวแพลตฟอร์มมีให้ใช้งานทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน ลูกค้าสามารถกดรีวิว และให้คะแนนร้านค้าได้ เป็นหนึ่งเหตุผลที่จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งซื้อสินค้ากับร้านเราค่ะ

          4. Line Shopping

          เป็นแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ใช้ Line เป็นตัวกลางตั้งแต่การสื่อสาร ไปจนถึงการชำระเงิน ซึ่งผู้ขายสินค้าสามารถจัดการร้านค้าด้วยตนเองเสร็จครบจบในแอปพลิเคชั่นเดียวเลยค่ะ สามารถดูร้านตัวอย่างได้ที่นี่เลยค่ะ Mr.K Kimchi คลิก

          5. Website

          ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ การที่เรามีเว็บไซต์พร้อมสัญลักษณ์การันตีจากกระทรวงพาณิชย์ หรือเครื่องหมาย DBD ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านเราเป็นอย่างมาก สามารถคลิกดูเว็บไซต์ตัวอย่างได้ที่นี่เลยค่ะ Mr.K Kimchi

          สามารถอ่านเกี่ยวกับ ช่องทางทำเงินออนไลน์ เพิ่มเติมได้ที่ตัวอักษรสีฟ้านี้ได้เลยค่ะ

Community 9k
3

เลือกการตลาด

          ในปัจจุบันมีการทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital marketing ที่หลากหลายรูปแบบ ขอยกตัวอย่าง 5 การตลาด เช่น

          1. การตลาดแบบการยิงแอด (Ads)
          คือ กลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ที่ใช้การซื้อโฆษณามาช่วยในการโปรโมตสินค้า หรือบริการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการรับรู้ และเพิ่มยอดขายที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Twitter, Google, Tiktok เป็นต้น ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์ม จะมีการยิงแอดที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าจะเลือกใช้การยิงแอดแบบไหนนั้นเองค่ะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความด้านล่างค่ะ

          2. การตลาดแบบการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)
          CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management คือ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้าในระหว่างการขาย หรือการทำข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อให้สามารถคงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเอาไว้ได้

          3. การตลาดแบบผ่าน Search Engine (SEO Marketing)
          คือ กลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ที่ใช้การปรับแต่ง และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ หรือเนื้อหาของธุรกิจของคุณ เพื่อให้ติดอันดับบน Search Engine ที่หากทำการค้นหาแล้วเจอคุณเป็นอันดับแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นบน Google, Tiktok, Youtube เป็นต้น

คลิกเพื่อสั่งซื้อคอร์ส DSWT5K Online

          4. การตลาดแบบแนะนำ (Affiliate Marketing)
          คือ รูปแบบการทำการตลาดให้กับบุคคล หรือบริษัทอื่นๆ ด้วยการนำมาโปรโมตสินค้า และบริการผ่านช่องทางต่างๆ ของเรา

          5. การตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลบนสื่อ (Influencer Marketing)
          คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ “ผู้ทรงอิทธิพล” หรือ “Influencer” ในการส่งต่อสารของแบรนด์ออกสู่ผู้คน เพื่อช่วยผลักดันยอดขายของเรานั่นเองค่ะ สามารถอ่านบทความฉบับจัดเต็มเกี่ยวกับการทำการตลาด Influencer Marketing ได้ที่ด้านล่างนี้เลย

4

สรุป

          ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำที่ทางเราหวังว่าพ่อค้าแม่ค้าที่อยากเปิดร้านออนไลน์ จะสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับร้านค้าของตนเองกันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันจนจบ ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ

เดียรร์

ปิยธิดา รัตนโกสุมภ์ (เดียร์) | BLOGGER

         SEO Specialist ผู้ที่ชื่นชอบการเขียนคอนเทนต์ และการกินเป็นชีวิตจิตใจ วันใดที่เหนื่อยล้า ชาบูจะเยียวยาเราเอง การทำงานก็ต้องเดินด้วยอาหารอร่อยๆ และเติมเต็มด้วยคาเฟอีนจากโกโก้เข้มๆ

เบลว์

สโรชา ธีรวาณิชกะ (เบล) | Graphic Designer

         กราฟฟิกที่หน้าตาไม่โหด แต่ไม่เคยเปิดโหมดคิตตี้ บรีฟไม่เคลียร์ขออนุญาตลากไปต่อย ชอบดับร้อนด้วยกาแฟร้อนและนมเทียมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มีสไตล์การทำงานที่โดดเด่นเพราะเน้นคุยคนเดียว